Categories
ข่าวสารวันนี้

90 เปอร์เซ็นต์ นักเตะ นิวคลาสเซิ่ล ย้ายออกจากสโมสรแน่

90 เปอร์เซ็นต์ นักเตะ นิวคลาสเซิ่ล ย้ายออกจากสโมสรแน่
90 เปอร์เซ็นต์ นักเตะ นิวคลาสเซิ่ล ย้ายออกจากสโมสรแน่

      ดีอังเดร เยดลิน ไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าเขาเหมาะสมที่จะลงเล่นเป็นตัวจริงในตำแหน่ง แบ็คขวา ภายใต้การคุมทีมของ สตีฟ บรู๊ด ได้ที่ นิวคลาสเซิ่ล

      กองหลังของสโมสร นิวคลาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ดีอังเดร เยดลิน มีแนวโน้มที่จะย้ายออกจากทีม “สาริกาดง” สูงมากในช่วง ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์นี้

      แข้งชาวสหรัฐอเมริกา ย้ายเข้ามาร่วมกับสโมสร นิวคลาสเซิ่ล ในพรีเมียร์ลีก ภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ แต่เมื่อ สตีฟ บรู๊ด เข้ามาคุมทีมแทน ตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงของทีม คือ จาเวียร์ มาควินโย่ แบ็คชาวสเปน

      ซึ่งในฤดูกาลนี้ ดีอังเดร เยดลิน ลงเล่นให้กับทาง นิวคลาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในฐานะผู้เล่นตัวจริงไปทั้งหมด 11 เกม และถูกใช้ลงมาในฐานะตัวสำรองหลายเกม และสัญญาของ ดีอังเดร เยดลิน จะหมดสัญญาทาง นิวคลาสเซิ่ล ในปีหน้า แต่ยังไม่มีการพูดถึงสัญญาใหม่ระหว่าง นิวคลาสเซิ่ล กับทางตัวนักเตะ

     โดยแข้งวัย 26 ปี รายนี้เตรียมตัวที่จะย้ายออกจากถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค ไปร่วมกับสโมสรที่สนใจตัวเขาในต่างประเทศ ในช่วง ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์นี้

     ช่วงเดือนที่แล้วทาง ดีอังเดร เยดลิน ออกมายอมรับว่า “เขาไม่ได้รับความสนใจเท่าที่เขาควรจะได้รับ “

     ทางด้าน สตีฟ บรู๊ด กุนซือของ นิวคลาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจากที่ทีม สาลิกาดง แพ้ให้กับทาง เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 5-0 ในเกมวันพุธ

    “ในฐานะผู้จัดการทีม คุณจะต้องเลือกผู้เล่นที่คุณคิดว่าจะนำพาชัยชนะมาให้กับทีมลงสนาม

    ดีอังเดร เยดลิน เป็นผู้เล่นตำแหน่ง แบ็คขวา สัญชาติ อเมริกัน อายุ 26 ปี ใส่เสื้อหมายเลข 22

    ดีอังเดร เยดลิน ย้ายมาร่วมทัพ “สาลิกาดง” นิวคลาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2016/17 ซึ่งตอนนั้น ราฟาเอล เบนิเตซ เป็นผู้จัดการทีม โดยที่สโมสร นิวคลาสเซิ่ล คว้าตัว ดีอังเดร เยเลิน มาจากสโมสร “ไก่เดือยทอง “ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรร่วมพรีเมียร์ลีก โดยทาง ดีอังเดร เยดลิน อยู่ร่วมทัพกับทาง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ แค่ 1 ฤดูกาล และระหว่างที่อยู่กับทาง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ได้ถูกปล่อยตัวไปให้สโมสร ซันเดอร์แลนด์ ไปใช้งาน โดยการยืมตัว

 

 

 

Categories
ข่าวสารวันนี้

ครั้งหนึ่งในพรีเมียร์ลีกของกุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

ครั้งหนึ่งในพรีเมียร์ลีกของกุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
ครั้งหนึ่งในพรีเมียร์ลีกของกุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

      สำหรับใครที่เริ่มดูบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้ไม่นาน อาจจะไม่คุ้นหูกับชื่อสโมสร แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่ได้รับฉายาทีมว่า “ กุหลาบไฟ “ เพราะต้องตกไปอยู่ในลีก เดอะ แชมป์เปี้ยนชิป อังกฤษ ในฤดูกาล 2011-2012 แต่ใครจะรู้ว่าครั้งหนึ่งสโมสรแห่งนี้สามารถสร้างตำนานจารึกชื่อของสโมสรลงไปบนถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก โดยการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้

      สโมสร แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (Blackburn Rovers Football Club) ได้รับฉายาว่า Rover หรือ Blue and Whites หรือที่คนไทยจะคุ้นหูกันในชื่อ “กุหลาบไฟ” ก่อตั้งในปี ค.ศ.1875 ปัจจุบันเล่นอยู่ในลีกเดอะ แชมป์เปี้ยนชิป อังกฤษ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันคือ โทนี โมว์เบรย์ สโมสร แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส แต่ก่อนนั้นมีผู้เล่นที่เป็นตำนานของวงการฟุตบอลอังกฤษหลายคนเคยลงเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น อลัน เชียเรอร์ แอนดี้ โคล ดไวท์ ยอร์ค

      ถ้าพูดย้อนกลับไปในปีที่สโมสร แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกต้องย้อนกลับไปที่ปี 1994-1995 ซึ่งขณะนั้นผู้จัดการทีมของ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส คือ เคนนี่ ดัลกลิช (ปัจจุบันมียศเป็นท่านเซอร์) ตำนานนักเตะลิเวอร์พูล ได้เข้ามาเป็นกุนซือให้กับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เพราะชายที่ชื่อว่า “แจ๊ค วอร์คเกอร์” ซึ่งเป็นเจ้าของทีมแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในตอนนั้นและได้ทำการใช้เงินเสริมทัพซื้อนักเตะเข้ามาในทีมมากมาย เปรียบเสมือนสโมสรเรอัล มาดริดในยุค”กาลาติกอส” และนักเตะผู้เล่นสำคัญๆที่มีส่วนทำให้ทีมได้แชมป์ คือคู่กองหน้า SS อลัน เชียเรอร์ และ คริส ซันตัน ซึ่งอลัน เชียเรอร์ ได้ถูกซื้อมาจากสโมสรเซาธ์แฮมตันเมื่อฤดูกาล 1992-1993 และคริส ซัตตัน ได้ถูกซื้อมาจากสโมสร นอร์ริช ซิตี้ในฤดูกาล 1994-1995 ด้วยราคา 5 ล้านปอนด์ และเป็นนักเตะคนแรกในพรีเมียร์ลีกที่ค่าตัวสูงเกิน 5 ล้านปอนด์

      เมื่อเกิดคู่หูอลัน เชียเรอร์และคริส ซัตตัน ช่วยกันยิงประตูอย่างถล่มทลายทั้งหมด 49 ประตู ทำให้ฤดูกาลนั้นแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส สามารถเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ เป็นครั้งแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสร และถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจของแฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เพราะว่าฤดูกาลนั้นไม่มีแค่แบล็คเบิร์น โรเวอร์สทีมเดียวที่ลุ้นแชมป์ แต่มีทีมเต็งอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ครบเครื่องพร้อมจะเป็นแชมป์ที่ห้ำหั่นลุ้นแชมป์กันมาจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล แต่ด้วยก่อนเตะนัดสุดท้ายแบล็คเบิร์นมีคะแนน 89 แต้ม  และต้องเตะนัดสุดท้ายกับลิเวอร์พูล ผลออกมาแบล็คเบิร์น โรเวอร์สแพ้ด้วยสกอร์ 2-1 ส่วนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีคะแนน 87 คะแนน และต้องเตะนัดสุดท้ายกับทีมอันดับ14 อย่างเวสแฮม ยูไนเต็ด แต่เมื่อจบเกม 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอไปด้วยสกอร์ 1-1 ซึ่งทำให้มี 88 แต้ม ส่งผลให้แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1994-1995 ทันที

Categories
ข่าวสารวันนี้

เจอเก็น คล็อปป์ ทำนายทีมที่ชนะใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

เจอเก็น คล็อปป์ ทำนายทีมที่ชนะใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
เจอเก็น คล็อปป์ ทำนายทีมที่ชนะใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

 เจอเก็น คล็อปป์ กุนซือคนสำคัญที่พาสโมสร ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ว่า ทีมที่มีโอกาสจะเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีนี้มี 2 ทีม ได้แก่ “เสือใต้” สโมสร บาเยิร์น มิวนิค และ “เรือใบสีฟ้า” สโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งในส่วนสโมสร ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ เจอเก็น คล็อปป์ แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วนั้น ได้ถูก แอตฯมาดริด เขี่ยตกรอบ น็อค เอาท์ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ผ่านมา

 ทางสโมสร บาเยิร์น มิวนิค เก็บชัยชนะได้ทั้งหมด 11 เกม ตั้งแต่ที่ลีก บุสเดสลีก้า เยอรมัน กลับมาแข่งขันกันอีกครั้งหลังจากหยุดชักเพราะ Covid-19 และสามารถเป็นแชมป์ลีกได้ และล่าสุดยังสามารถเป็นแชมป์ฟุตบอลถ้วย DFB-Pokal หลังจากที่เอาชนะสโมสร บาเออร์ เลเวอร์คูเซน ในนัดชิง

 ทางด้านสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ ถึงแม้จะเป็นรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด แต่ในคืนวันอังคารที่ผ่านมา ได้เปิดสนาม Etihad ถล่มแชมป์ พรีเมียร์ลีก หน้าใหม่อย่างสโมสร ลิเวอร์พูล ไป 4-0

 ทั้งสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ บาเยิร์น มิวนิค ยังไม่ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่การแข่งในนัดแรก ทาง บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะ เชลซี ไปด้วยสกอร์ 3-0 และทางสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ “ราชันษ์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปก้วยสกอร์ 2-1 ในถิ่นของเรอัล มาดริด

 ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปีนี้ นัดชิงชนะเลิศจะไปเตะกันที่ประเทศ โปรตุเกส ในเดือน สิงหาคม และจะเตะรอบคัดเลือก 4 ทีมสุดท้าย ที่เมือง ลิสบอน ในโปรตุเกส

 และ เจอเก็น คล็อปป์ คิดว่าทั้งสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ สโมสร บาเยิร์น มิวนิค ทีมใดทีมหนึ่งจะสามารถคว้าถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีนี้มาครองได้

 “สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่า 2 ทีมที่จะเป็นผู้ชนะในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปีนี้ คือ บาเยิร์น มิวนิค และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้” เจอเก็น คล็อปป์ กล่าวผ่านสื่อ

 “พวกเขามีเกมการเล่นที่น่าสนใจ ทาง บาเยิร์น มิวนิค เล่นได้น่าชื่นชมในฤดูกาลนี้ในเกมลีกเยอรมัน ภายใต้การคุมทีมของ ฮานซี ฟลิก นั่นทำให้ผมเลือก บาเยิร์น มิวนิค เป็น 1 ใน 2 ทีมที่จะชนะในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นี้”

 “ ผมไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงถ้า ทั้ง 2 สโมสรนี้มาเจอกันในรอบรองชนะเลิศ หรือในรอบชิงชนะเลิศ แต่มันจะเป็นเกมที่ย่าสนใจมากๆ มันจะเป็นอะไรที่ใหม่มาก แต่ถ้าคุณลองมองมาที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้เล่นของพวกเขา …. ใช่ แข็งแกร่งมากๆ และเขามีโอกาสเก็บชัยชนะได้มากกว่า “

 

 

 

 

Categories
ข่าวสารวันนี้

เชลซี เตรียมขยายสัญญา วิลเลี่ยน ออกไปอีก

 วิลเลี่ยน ออกมายืนยันว่า เขายังอยากลงเล่นให้กับทีมในยุโรปอยู่ และในอนาคต วิลเลี่ยน มีแผนที่จะ ไปเล่นใน MLS เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ ใน สหรัฐอเมริกา และจะแขวนสตั๊ดในลีก MLS เลย

วิลเลี่ยน นักเตะที่จงรักภักดีกับสโมสร เชลซี จะหลายเป็นผู้เล่น ฟรีเอเจนท์ หลังจากจบฤดูกาล 2019/20 และดูแล้วน่าจะย้ายออกจากสโมสร เชลซี แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ตัวของ วิลเลี่ยน เองยังคงมีความสุขกับสโมสร เชลซี ในยุคที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นกุนซือ

 วิลเลี่ยน ได้เซ็นสัญญาระยะสั้นกับทางสโมสร เชลซี เพื่อที่จะทำให้ได้เล่นจนจบฤดูกาลนี้ แต่หลังจากนั้นน่าจะออกไปหาประสบการณ์ใหม่กับทางสโมสรอื่น นอกจากสโมสร เชลซี จะมอบสัญญาใหม่ให้เขาอยู่กับทีมต่อเป็นระยะเวลา 3 ปี

 ตัวของ วิลเลี่ยน เองมีข่าวกับสโมสรในพรีเมียร์ลีกอย่างทีม ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล และ ไก่เดือยทอง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่ต้องการปีกมากประสบการณ์รายนี้ไปช่วยยกระดับให้แก่ทีม และทาง วิลเลี่ยนก็มั่นใจเป็นอย่างมากว่าจะได้ร่วมเล่นให้กับทีมในระดับท็อป

 “ ผมมีแผนที่จะอยู่ใน ยุโรป ต่อไป และพยายามที่จะลงเล่นให้กับสโมสรในนุโรปไปอีก 3-4 ฤดูกาล “ วิลเลี่ยน ให้สัมภาษณ์ผ่านทางสื่อ ESPN

 แข้งชาวบราซิลรายนี้บอกว่า

 “ ผมเชื่อว่าผมจะยังคงรักษาระดับการเล่นของผมให้อยู่ในระดับท็อปฟอร์มได้ หลังจากนั้นเมื่อผม อายุ 35 อายุ 36 ปี ผมจะย้ายไปที่ สหรัฐอเมริกา และลงเล่นให้กับสโมสรที่นั่น นี่คือเป้าหมายทั้งหมดที่ผมมีตอนนี้ “

 “ ผมไม่ปฎิเสธที่ย้ายกลับไปเล่นในลีก บราซิล , บราซิล เป็นบ้านเกิดของผม เป็นที่หล่อหลอมผมมา แต่การกลับไป บราซิล ยังไม่ใช่เป้าหมายแรกของผมหลังจากที่ออกจากยุโรป ผมหวังที่จะเล่นที่ สหรัฐอเมริกา เพราะครอบครัวของผมสามารถมีความสุขได้เมื่ออยู่ที่ สหรัฐอเมริกา

 “เมื่อครอบครัวผมมีความสุข ผมก็มีความสุข ซึ่งตอนนี้การกลับ บราซิล ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ แต่แน่แหละ สักวันหนึ่ง ผมจะกลับไป บราซิล ผมอาจจะกลับไปที่ โคลิเทียนส์ และแขวนสตั๊ดที่นั่น แต่เป้าหมายตอนนี้เลยคือผมจะต้องเล่นในยุโรปอีก 3-4 ฤดูกาล และไปที่ สหรัฐอเมริกา”

 สโมสรเชลซี มีโอกาสที่จะพูดคุยกับทาง วิลเลี่ยน เกี่ยวกับอนาคตของเขา แต่ทางสโมสร เชลซี ไม่น่าต่อสัญญากับทาง แข้ง บราซิล รายนี้เกิน 2 ปี

 ตอนนี้ทาง เชลซี ได้มีผู้เล่นเริ่มเข้ามาอย่าง ติโม แวเนอร์ และ ฮาคิม ซิเย็ค ซึ่งเสริมเข้ามาเป็นตัวเลือกในเกมรุก และยังมีข่าวว่าแข่งขันกับ อาร์เซน่อล ในการคว้าตัว ไค ฮาเวิร์ตซ์ กองกลางของทาง เลเวอร์คูเซน อีกด้วย

 ต้องดูต่อไปว่าทางสโมสร เชลซี จะเลือกต่อสัญญากับทาง วิลเลี่ยน ต่อไปหรือไม่ ถ้าไม่ต่อแล้วต้องดูว่า ในอนาคตสโมสรใดจะได้ตัว วิลเลี่ยน แข้งวัย 31 ปี ไปร่วมทีม

Categories
ข่าวสารวันนี้

ข่าวฟุตบอล : ตำรวจจับเด็กอายุ 12 ส่งข้อความเหยียดผิวให้ วิลเฟรด ซาฮา

      เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ สำหรับวงการฟุตบอลเป็นอย่างมาก เพราะวงการฟุตบอลและสโมสรฟุตบอลทั่วโลกต่างร่วมกันช่วยรณรงค์เรื่อง การต่อต้านการเหยียดสีผิว ให้สิทธิ์ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนชนชาติไหน เชื้อชาติไหน ผิวสีอะไร ทุกคนต่างเท่าเทียม อย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตอนหลังกลับมาจากช่วง โควิด – 19 ก็ให้สโมสรทุกสโมสรสกีนหลังเสื้อว่า Black lives better แทนชื่อของนักเตะ และให้มีการคุกเข่า 1 ข้างเพื่อแสดงจุดยืนเรื่องการต่อต้านสีผิว ก่อนเริ่มเกม

      แต่ล่าสุดกลับมี ข่าวฟุตบอล ว่า แฟนบอลส่งข้อความเหยียดผิวให้นักเตะ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจแล้ว แต่ที่น่าเสียใจไปกว่านั้นผู้ที่ส่งข้อความเป็นเพียงแค่เด็กวัย 12 ปี เท่านั้น

      เด็กหนุ่มวัย 12 ปี จาก โซลิฮูล เมือง เบอร์มิงแฮม ถูกตามจับหลังจากส่งข้อความเหยียดผิวให้กับทาง วิลเฟรด ซาฮา ปีกของสโมสร คริสตัน พาเลซ

      วิลเฟรด ซาฮา ออกมาทวีตว่าเขาได้รับข้อความจากแฟนบอล แอสตัน วิลล่า บนอินสตาแกรม

      บัญชีชื่อ jackdolan_avfc ส่งรูป Ku Klax Klan (KKK) ซึ่งเป็นรูปที่เกี่ยวกับ กลุ่มคนที่เหยียดผิวในสมัยก่อน และส่งข้อความหาปีกของ คริสตัน พาเลซ และส่งข้อความที่หยาบคาย ซึ่งข้อความนี้ถูกส่งมาระหว่างเกม คริสตัน พาเลซ พบกับ แอสตัน วิลล่า

      หลังจากนั้นไม่นานในวันอาทิตย์ ตำรวจ เวส มิดแลนด์ ได้แถลงว่าได้จับกุม เด็กหนุ่มวัย 12 ปี ที่เป็นคนส่งข้อความเหยียดสีผิวไปให้นักฟุตบอลของทีมคริสตัน พาเลซ

      “ พวกเราได้รับแจ้งมาว่า มีคนส่งข้อความในเชิงเหยียดผิวให้แก่นักฟุตบอล หลังจากที่ได้รับแจ้ง เราได้ทำการตรวจสอบ และพวกเราได้จับกุมเด็กชายวัย 12 ปี “ แถลงการจากตำรวจ

       ทางปู่ รอย ฮ็อดสัน ให้การสนับสนุน ซาฮา เต็มที่หลังจากที่มีเหตุการร์นี้เกิดขึ้นในการที่จะเอามาพูดให้สาธารณะชนได้รับรู้และสโมสร คริสตัน พาเลซ กับ แอสตัน วิลล่า จะทำงานร่วมกันในการหาตัวผู้ที่ส่งข้อความมาให้ วิลฟริด ซาฮา

      “ มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากในวันนี้ ที่ผู้เล่นของเราต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น “ อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษกล่าวออกสื่อ

      การเหยียดสีผิวนั้น ไม่ควรเกิดขึ้นในวงการฟุตบอลและในทุกๆวงการของสังคม ไม่ใช่แค่การเหยียดสีผิว การเหยียดเชื้อชาติ การเหยียดเชื้อชาติ การเหยียดเพศ รูปร่าง เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ทุกคนควรจะได้รับความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเพศใด สีผิวใด ชนชาติใด การเกิดเรื่องเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งในสังคม