Categories
ข่าวสารวันนี้

ข่าวลือ!!! ตลาดซื้อขายนักเตะ ปี 2020 ล่าสุด

declan rice
declan rice

     ข่าวลือการซื้อขายนักเตะของแต่ละสโมสรทั่วยุโรป ข่าวที่มาแรงที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นสโมสรอันดับต้นๆของ พรีเมียร์ลีก ที่มีข่าวว่าจะคว้าตัวนักเตะใน ตลาดซื้อขายนักเตะ ที่เปิดแล้วในตอนนี้

     มาเริ่มกันที่สโมสร เชลซี

     ทางสโมสร เชลซี ยื่น 65 ล้านปอนด์ ให้แก่ ขุนค้อน เวสแฮม ยูไนเต็ด เพื่อที่จะดึงตัว ดีแคลน ไรซ์ กองกลางดาวรุ่งชาวอังกฤษ วัย 21 ปี ไปร่วมทัพในฤดูกาลหน้า จากหลายๆข่าวดูเหมือนว่าทาง แฟรงค์ แลมพาร์ด สนใจในตัวของ ดีแคลน ไรซ์ อย่างจริงจัง ดั่งต้องการให้มาเป็นกำลังหลักเป็นผู้เล่นระยะยาวของทางสโมสร เชลซี

     ในส่วนของปีกชาวบราซิล วิลเลี่ยน วัย 32 ปี ทางกุนซือ แฟรงค์ แลมพาร์ด ต้องการให้เขาอยู่กับทีมต่อไปอีก แต่ถ้าต้องย้ายออกจากสโมสร เชลซี ไปอย่างไม่มีค่าตัวใน ตลาดซื้อขายนักเตะ นี้ ทาง แฟรงค์ แลมพาร์ด ก็ไม่ได้มีความรู้สึกเป็นกังวลแต่อย่างใด ซึ่งทาง วิลเลี่ยน ก็มีข่าวที่จะย้ายทีมไปร่วมทัพกับทางปืนใหญ่ อาร์เซน่อล

     ส่วนข่าวของ ไคซ์ ฮาร์เวิร์ต ดาวรุ่งชาวเยอรมันของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น นั้น คาดว่าจะย้ายมาร่วมทัพสิงห์โตน้ำเงินคราม เชลซี เร็วที่สุดก็สัปดาห์หน้า และค่าตัวน่าจะจบลงที่ราวๆ 71 ล้านปอนด์ ซึ่งตอนนี้ทางสโมสร บาเยิร์น มิวนิค เสือใต้แห่งเยอรมัน ได้ล้มเลิกความสนใจในนักเตะรายนี้ไปแล้ว

     มาต่อกันที่สโมสร บาร์เซโลน่า

     ทางทัพต่างดาวเตรียมจะยื่นข้อเสนอ 14 ล้านปอนด์ให้ทางสโมสร เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พิจารณาซึ่งเป็นค่าตัวของกองหลังดาวรุ่งวัย 19 ปีของทีม อย่าง อีริค การ์เซีย หลังจากที่กองหลังชาวสเปนจะไม่ต่อสัญญากับทีมในพรีเมียร์ลีก

     ข่าวสโมสร ยูเวนตุส

     ทางด้านเจ้าของทีมม้าลาย ยูเวนตุส อันเดรีย อัคนิลลี่ ออกมาปฎิเสธข่าวที่ว่า คริสเตียนโน โรนัลโด้ กองหน้าวัย 35 ปี ของทีมจะย้ายออกจากทีมหลังจากที่ ยูเวนตุส ตกรอบในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

     สโมสร เอซี มิลาน

     ให้ความสนใจ ลูคัส ตอร์เรร่า กองกลางร่างเล็กวัย 24 ปี ชาว อุรุกวัย ไปร่วมทัพปีศาจแดงดำ ซึ่งตอนนี้ทาง ลูคัส ตอร์เรร่า ต้องตกไปเป็นผู้เล่นสำรองภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ ชาวสเปน ของสโมสร อาร์เซน่อล

     และทาง เอซี มิลาน ยังคงมองหาโอกาสในการยืมตัว ไรอัน เซสเซยอง ปีกวัย 20 ปี ของสโมสร ไก่เดือยทอง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ไปใช้งานในฤดูกาลหน้าอีกด้วย

     มาต่อกันที่ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีกกันบ้าง

     มีข่าวให้ความสนใจ อิสไมลาร์ ซาร์ ปีกชาวเซเนกัล วัย 22 ปี ของสโมสร วัตฟอร์ต ที่พึ่งตกชั้นไป ซึ่ง ซาร์ อยู่ในรายชื่อนักเตะอันดับต้นๆที่ทางสโมสร ลิเวอร์พูล ต้องการคว้าตัวมาร่วมทีมใน ตลาดซื้อขายนักเตะ ที่เปิดอยู่นี้ด้วย ข่าวเกี่ยวกับการซื้อขายนักเตะของ ลิเวอร์พูล ถือเป็นทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก ที่มีข่าวซื้อนักเตะเข้าทีมน้อยที่สุดในตอนนี้

     สโมสร วูฟแฮมตัน เวสเดอร์เรอร์

     ทางวูฟแฮมตัน เตรียมต่อสัญญา นูโน เอสปิริโต ซานโต หลังจากที่จบการแข่งขันในศึก ยูโรป้า ลีก

Categories
ข่าวสารวันนี้

ราอูล ฆิมิเนซ มีข่าวย้ายซบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ราอูล ฆิมิเนซ มีข่าวย้ายซบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ราอูล ฆิมิเนซ มีข่าวย้ายซบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ราอูล ฆิมิเนซ มีข่าวย้ายซบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

     ข่าวฟุตบอลล่าสุด สื่อต่างประเทศต่างรายงานว่า

 

     ทาง ราอูล ฆิมิเนช กองหน้าของสโมสร วูฟแฮมตัน กำลังจะย้ายไปร่วมทัพกับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใน ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์นี้ หลังสโมสร วูฟแฮมตัน ได้กำลังเตรียมหากองหน้ารายใหม่เข้ามาทดแทนถ้า ราอูล ฆิมิเนช ย้ายไปร่วมสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

     ราอูล ฆิมิเนช มีฟอร์มการเล่นที่ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆในฤดูกาล 2019/20 นี้ ซึ่งทาง ราอูล ฆิมิเนช ทำประตูรวมทั้งหมดได้ 20 ประตู และทำได้ 9 แอสซิสต์ ในทุกรายการแข่งขันที่เขาลงเล่น และส่งผลให้สโมสร วูฟแฮมตัน จบในพรีเมียร์ลีก ด้วยอันดับที่ 7 ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับสโมสร วูฟแฮมตันเป็นอย่างมาก

 

     ทางด้านผู้จัดการทีม นูโน่ เอสพิริโต ซานโต ต้องการให้ทางวูฟแฮมตัน คว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก เพื่อที่ฤดูกาล     หน้าจะได้โควต้าไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งทางยูโรป้า ลีก จะกลับมาแข่งกันในเดือนสิงหาคม และอนาคตของกองหน้าตัวความหวังของทีมยังไม่แน่นอนว่า ราอูล ฆิมิเนช จะยังอยู่ร่วมกับทีมต่อไปหรือไม่ สื่อ RTP ของโปรตุเกส รายงาน

 

     ซึ่งตอนนี้มีข่าวว่าทาง ราอูล ฆิมิเนช กองหน้าชาวแม็คซิกัน ของวูฟแฮมตัน มีโอกาสที่จะย้ายไปร่วมถิ่น โอลด์ แทรปฟอร์ด สูงมาก และถ้ามีการย้ายทีมจริง ทางวูฟแฮมตันจะทำการเซ็น เปาลินโญ่ มาแทนที่ ราอูล ฆิมิเนช ในตำแหน่งกองหน้า

 

     ซึ่งทางวูฟแฮมตันจะซื้อ เปาลินโญ่ จากสโมสร Molineux มาร่วมทีม ที่ค่าตัว 27 ล้านปอนด์ ซึ่งทาง เปาลินโญ่ มีผู้จัดการส่วนตัวคือทาง Jorge Mendes

 

     ทาง เปาลินโญ่ ก็มีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมเช่นกันในฤดูกาลนี้กับทางสโมสร บราก้า ซึ่งในฤดูกาลนี้ สามารถทำประตูได้ทั้งหมด 25 ประตู และทำได้ทั้งหมด 9 แอสซิสต์ จากการลงเล่นทั้งหมด 48 เกม

 

     และ เปาลินโญ่ เขาถูกพูดถึงในฐานะที่เป็นผู้เล่นที่จะเข้ามาแทน ฆิมิเนช แต่ทางเปาลินโญ่ ก็มีข่าวกับทางสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นกัน

 

     ส่วนของ โอเล่ กุนน่าร์ โซลชา ต้องการได้ตัว ราอูล ฆิมิเนช ไปล่าตาข่ายในแดนหน้า และก็ยังมีอีกเป้าหมายสำคัญก็คือ จาดอน ซานโช่ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของทางผีแดง ซึ่งทางกองหน้าของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทาง อิกาโล่ ก็จะหมดสัญญายืมตัว ก็จะเหลือ อองโทนี่ มาร์กซิยาล มาคัส รัชฟอร์ด เมสัน กรีนวูด แต่กองหน้าที่เป็นตำแหน่ง ST ก็จะมีเพียง มาร์กซิยาล ที่ทาง โซลชา ใช้ ทำให้มีโอกาสในการคว้า ราอูล ฆิมิเนซ มาร่วมทัพจึงมีโอกาสเป็นไปได้สูง

Categories
ข่าวสารวันนี้

สลาตัน กองหน้า เอซี มิลาน “ข้าเหมือน เบจมิน บัตตัน”

สลาตัน กองหน้า เอซี มิลาน “ข้าเหมือน เบจมิน บัตตัน”
สลาตัน กองหน้า เอซี มิลาน “ข้าเหมือน เบจมิน บัตตัน”

สลาตัน กองหน้า เอซี มิลาน “ข้าเหมือน เบจมิน บัตตัน”

     เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศออกมารายงานว่า

 

     กองหน้าตัวเก๋าของสโมสร เอซี มิลาน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้บอกว่า “ เขาเหมือน เบจมิน บัตตัน” ที่ยังหนุ่มตลอดเวลาไม่มีวันแก่ หลังจากที่เขาสามารถทำประตูได้ 2 ประตู ในเกมที่เอาชนะสโมสร ซามโดเรีย ในลีก กัลโช่ ซีเรีย อา อิตาลี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

 

     กองหน้าตัวเก๋าวัย 38 ปี ทำประตูไปทั้งหมด 9 ประตู ให้กับสโมสร เอซี มิลาน ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อช่วงเดือนมกราคม หลังจากที่ย้ายมาจากสโมสร แอลเอ กาแล็คซี่ ทีมใน เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ MSL ในสหรัฐอเมริกา

 

     ทางอดีตกองหน้าดาวดังของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะหมดสัญญากับทางสโมสร เอซี มิลาน หลังจากที่ลีก กัลโช่ ซีเรีย อา อิตาลี จบฤดูกาล 2019/20 นี้

 

     “ผู้คนต่างบอกว่าผมแก่และโรยลา แต่ตอนนี้เครื่องผมพึ่งจะติดเท่านั้นเอง” ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กล่าว

 

     ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้อ้างอิงคำพูดนี้มาจากพระเอกซึ่งตัวละครหลักที่ได้รางวัลออสก้าในปี 2008 ที่นำแสดงโดย แบต พิต ในเรื่อง เบนจามิน บัตตัน ซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายที่เกิดมาแล้วแก่และช่วงชีวิตค่อยๆย้อนกลับกลายไปเป็นเด็ก

 

     สโมสร เอซี มิลาน ยังคงไม่แพ้ใครตั้งแต่ลีก กัลโช่ ซีเรีย อา กลับมาเตะกันอีกครั้งหลังจากที่ต้องประสบปัญหาวิกฤตการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

 

     ซึ่งในฤดูกาลนี้ ทางสโมสร เอซี มิลาน ได้รับการันตีแล้วว่าจะจบอันดับที่ 6 ถึงแม้จะเหลือเกมในลีกอีก 1 นัด ซึ่งทางสโมสรต้องคิดถึงเรื่อง การแข่งขันรอบคัดเลือก ในศึก ยูโรป้า ลีก ในฤดูกาลถัดไป

 

     “ มันเป็นที่ชัดเจนเลยว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เป็นผู้เล่นที่สำคัญที่มาเติมเต็มทีมเอซี มิลาน ซึ่งการมาของเขาเป็นสิ่งที่เรากำลังต้องการผู้เล่นเข้ามาเสริมในจุดนี้ในช่วงเดือนที่ผ่านมา “ สเตฟาโน่ พิโอลี่ ผู้จัดการทีมของสโมสร ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน

 

     “ สำหรับตัวของซลาตัน อิบราฮิโมวิช เองนั้น เขาได้บอกกับเราว่าเค้ามีความรู้สึกที่ดีและมีความสุขที่นี่และเขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานของเขาในทุกๆวัน ”

 

     ซึ่งต้องดูกันต่อไปว่าสโมสร เอซี มิลาน จะสามารถต่อสัญญากับทาง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ให้อยู่ช่วยทีมในฤดูกาลหน้าได้หรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีสโมสรน้องใหม่ของพรีเมียร์ลีกอบ่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งให้ความสนใจในตัว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไปร่วมทัพยูงทอง เพื่อล่าตาข่ายในพรีเมียร์ลีก แต่ดูจากช่วงหลังๆทาง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เองมีความสุขดีที่สโมสร เอซี มิลาน ฤดูกาลหน้าอาจจะได้เห็นเขาลงล่าตาข่ายให้ทางปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน อีกหนึ่งฤดูกาล

 

Categories
ข่าวสารวันนี้

เดจาน ลอฟเรน ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปร่วมทีม เซนิต

เดจาน ลอฟเรน ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปร่วมทีม เซนิต
เดจาน ลอฟเรน ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปร่วมทีม เซนิต

เดจาน ลอฟเรน ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปร่วมทีม เซนิต

     ข่าวฟุตบอลล่าสุด เดจาน ลอฟเรน กองหลังหมายเลข 6 ของสโมสร ลิเวอร์พูล ได้ย้ายไปร่วมกับสโมสร เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในประเทศ รัสเซีย ด้วยค่าตัว 10.9 ล้านปอนด์ และได้เซ็นสัญญาอยู่กับสโมสรทั้งหมด 3 ปี

 

     เดจาน ลอฟเรน กองหลังวัย 31 ปีของสโมสร ลิเวอร์พูล กองหลังทีมชาติโครเอเชีย ได้ย้ายไปร่วมทีม เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งปัจจุบันเป็นจ่าฝูงในลีกรัสเซีย  หลังจากที่อยู่เล่นในพรีเมียร์ลีกนาน 10 ฤดูกาล และฤดูกาลล่าสุดได้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกร่วมกับสโมสร ลิเวอร์พูล

 

     เดจาน ลอฟเรน ย้ายจากสโมสร เซาท์แธมป์ตัน มาร่วมกับสโมสร หงส์แดง  ลิเวอร์พูล ในช่วงเดือน กรกฎาคม ในปี 2014 ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ และช่วยให้สโมสร ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2019 ได้สำเร็จ

 

     เดจาน ลอฟเรน ได้ทำประตูรวมทั้งหมด 5 ประตู จาก 131 นัดกับสโมสร ลิเวอร์พูล แต่ในปี 2020 เขาได้ลงเล่นเพียงแค่ 3 นัด

 

     เดจาน ลอฟเรน  ช่วยให้ทีมชาติโครเอเชีย เข้ารอบชิงฟุตบอลโลกในปี 2018 แต่ทีมชาติโครเอเชีย ก็แพ้ให้กับทีมชาติฝรั่งเศส ไป 4-2 ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ทำให้ทีมชาติโครเอเชียเป็นได้แค่รองแชมป์โลก และทาง เดจาน ลอฟเรน เป็นกัปตันทีมให้กับทีมชาติโครเอเชียไปทั้งหมด 57 นัด

 

     จริงๆแล้วสัญญาของ เดจาน ลอฟเรน กับทางสโมสร ลิเวอร์พูล หมดลงไปเมื่อเดือน มิถุนายน 2021 ที่ผ่านมา แต่ทางสโมสรได้ต่อสัญญากับเขาเพิ่มไปอีก เพื่อให้ทาง เดจาร ลอฟเรน ได้มีสิทธิ์ชูถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก กับทางสโมสร ลิเวอร์พูล

 

     ทางด้านกุนซือเฮวี่เมทัล ของหงส์แดง อย่าง เจอเก้น คล็อปป์  ได้ออกมากล่าวถึง เดจาน ลอฟเรน ว่า “เขาเป็นอีกหนึ่งตำนานของสโมสรแห่งนี้” ถึงแม้ว่าเขาจะย้ายออกจากสโมสรแห่งนี้ไปแล้วก็ตาม

 

     “เขาเป็นผู้เล่นที่สำคัญมากๆของทีม เป็นส่วนหนึ่งของทีม เป็นผู้เล่นที่สำคัญตั้งแต่ครั้งวันแรกที่ผมเข้ามาคุมสโมสรแห่งนี้”กุนซือชาวเยอรมันรผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงลิเวอร์พูลให้กลับมาเป็นเครื่องจักรสีแดงอีกครั้ง กล่าว

 

     สำหรับแฟนบอลทีมอื่นอาจจะมองว่า เดเจน ลอฟเรน เป็นกองหลังที่มีจังหวะพลาดเสียบอลง่ายๆบ่อย แต่สำหรับ เจอเก้น คล็อปป์ มองว่า ลอฟเรน เป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งในเกมรับ และสามารถช่วยเหลือทีมในจังหวะสำคัญๆได้หลายจังหวะ เป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม

 

Categories
ข่าวสารวันนี้

เรือใบสีฟ้า เฉือนชนะ ราชันษ์ชุดขาว 2-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ผ่านเข้ารอบต่อไป

man-city-real-madrid
แมนซิตี้ ชนะ มาดริด

     สโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จบภารกิจที่ค้างคาไว้จากเดือน กุมภาพันธ์ หลังจากที่ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของสโมสร ราชันษ์ชุดขาว เรอัล มาดริด ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในวันเสาร์ที่ผ่านมา

     ทางด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นฝ่ายที่จะได้เข้าไปเผชิญหน้ากับสโมสร โอลิมปิค ลียง ในรอบต่อไปของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งจะเป็นหนึ่งในคู่ที่แข่งที่ กรุงลิสบอน ประเทศ โปรตุเกส หลังจากที่ทางเรือใบสีฟ้าได้เขี่ยราชันษ์ชุดขาว ของกุนซือชาวฝรั่งเศษ ซิเนดีน ซีดาน ตกรอบเป็นครั้งแรกในศึกยูฟ่า แชมปเปี้ยนส์ลีก ซึ่งก่อนหน้านี้ 3 ครั้งในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกภายใต้การคุมทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ไม่เคยตกรอบในรอบการแข่งขันนี้

     ชัยชนะครั้งนี้ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ เพราะด้วยเกมรุกของสโมสรที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกมรับของทาง เรอัล มาดริด ต้องเกิดความผิดพลาดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กาเบียล เฆซุส ที่สามารถกดดัน ราฟาเอล วาราน กองหลังแชมป์โลกของสโมสร เรอัล มาดริด ให้เกิดความผิดพลาด โดยที่ทาง กาเบียล เฆซุส แย่งบอลจากเท้าของ วาราน หน้าประตู แล้วส่งให้ทาง สเตอริ่ง ส่งบอลซึกตาข่ายได้ในนาทีที่ 9 และหลังจากนั้นก่อนหมดเวลาทาง คาริม เบนเซม่า ได้โขกประตูตีเสมอให้กับทาง เรอัล มาดริด ได้ ทำให้เกมครึ่งหลังทีความกดดันเกิดขึ้น

     ในครึ่งหลังสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกกดดัน และในเกมนี้ทาง เรอัล มาดริด ไม่มี เซร์คิโอ รามอส กองหลังกัปตันทีม การที่ไม่มีรามอส เล่นคู่กับ วาราน ทำให้ฟอร์มการเล่นของทาง วาราน ไม่ดีนัก และความผิดพลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ทาง เรอัล มาดริด ส่งบอลคืนให้กับผู้รักษาประตู ทิร์โบ คูร์ทัวร์ แต่ถูกทางกาเบรียล เฆซุส วิ่งมาตัดแล้วชิพบอลเข้าประตูไปในนาทีที่ 68 ทำให้ทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลิกกลับมานำ 2-1 และเมื่อจบการแข่งขัน ผลสกอร์รวมทั้ง 2 นัด คือ 4-2 ทำให้ทางสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถเข้าสู่รอบต่อไปในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่จะต้องพบกับสโมสรจากฝรั่งเศษ โอลิมปิก ลียง ที่ชนะสโมสร ยูเวนตุส จากอิตาลี เข้ารอบมาด้วยกฎ Away Goal

     ในเกมนัดระหว่าง แมนซิตี้ และ เรอัล มาดริด

     แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหนือกว่า ราชันษ์ชุดขาวอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ลงสนาม ทาง ฟิล โฟเดน ดาวรุ่งของแมนซิตี้ มีบทบาทอย่างมากในเกม และผู้เล่นที่เห็นได้ชัดเลยคือ กาเบรียล เจซุส ที่สามารถกดดันทาง ราฟาเอล วาราน ของมาดริด ได้อย่างมาก และอีกทั้ง เควิน เดอร์ บรอยด์ ที่มีการจ่ายบอลสร้างสรรค์เกมได้อย่างยอดเยี่ยม และ ไคล์ วอร์คเกอร์ ที่นัดนี้ มีเกมรุกและเกมรับที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน ทางแอเดอร์ซอน ผู้รักษาประตู แทบจะหาข้อผิดพลาดในการทำหน้าที่ของเขาไม่ได้

     ในนัดต่อไปทางแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ ลียง นั้น ถ้าฟอร์มการเล่นของแมนซิตี้ ยังคงฟอร์มแบบนี้ได้ยากที่ทาง โอลิมปิก ลียง จะหยุดยั้งพวกเขาในการลุ้นเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ได้

Categories
ข่าวสารวันนี้

บาร์ซา จ่อทีมแตก อาจทำให้ชวดแชมป์ลาลีก้า สเปน

ยานพัง
ยานพัง

      ผลสกอร์ล่าสุด ทางสโมสร บาร์เซโลนา เปิดบ้านเสมอกับสโมสร แอตฯมาดริด 2-2 แข่งในลีกไปแล้ว 33 เกม บาร์ซา มีคะแนน 70 แต้ม ตามหลังทีม เรอัล มาดริด 1 แต้ม ที่มีคะแนนรวมทั้งหมด 71 แต้ม แต่ทาง เรอัล มาดริด ลงแข่งไปแค่ 32 เกม น้อยว่าทางบาร์ซา 1 เกม

      ทางด้าน กิเก้ เซเตียน กุนซือวัย 61 ปี ของทาง บาร์ซา ออกมายอมรับว่าเป็นไปได้ยากที่ทาง บาร์ซา จะเป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้ หลังจากผลการแข่งขันล่าสุดที่ บาร์ซา เปิดถิ่นคัมป์นูเสมอกับทางแอตฯมาดริด ด้วยสกอร์ 2-2

      กิเก้ เซเตียน บอกว่าถึงจะไม่พอใจกับผลการแข่งที่ทีมไม่สามารถเก็บชัยในนัดนี้ได้ แต่ก็ต้องชื่นชมลูกทีมว่าสามารถเล่นได้ดี กิเก้ เซเตียน ยังบอกอีกว่า “ตนยังรู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนจากนักเตะในห้องแต่งตัวเหมือนเช่นเคย”

      ผลการเสมอในครั้งนี้ทำให้จากที่มีโอกาสทำแต้มกดดันทางราชันชุดชาว เรอัล มาดริด แต่กลับกลายเป็นทำไม่ได้ ถือว่าเสียหายอย่างหนัก ทาง บาร์ซา เองก็ต้องคอยลุ้นการแข่งนัดต่อๆไปของ เรอัล มาดริด ให้แพ้ทุกนัด และทาง บาร์ซา เองจะต้องชนะในเกมที่เหลือทั้งหมด ซึ่งทางเรอัล มาดริด จะเตะในถิ่นซานติเอโก เบนาเบล พบกับทีม เกตาเฟ่ ซึ่งตอนนี้อยู่อันดับที่ 5 ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม เวลา 03.00 น.ตามเวลาประเทศไทย

      เหตุที่ กิเก้ เซเตียน ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ลูกทีมยังให้การยอมรับและสนับสนุนตนนั้น อาจจะเป็นเพราะก่อนหน้าที่ในเกมระหว่างบาร์เซโลนากับเซลต้าบีโก้ ได้มีคลิปออกมาเป็นภาพในจังหวะที่เมสซี่ ดาวเตะของบาร์ซา ได้เดินหนีทาง เอเดย์ ซาราเบีย ผู้ช่วยผู้จัดการทีม ที่พยายามจะเดินมาอธิบายแผนการเล่น ในระหว่างพักเบรกในเกม ซึ่งเกมนั้นทำให้จบลงด้วยผลเสมอกับทางทีมเซลต้า บีโก้ ด้วยสกอร์ 2-2 ซึ่งต่อมาทาง มาร์ก้า สื่อดังในสเปนออกมาระบุว่า ที่ดาวเตะวัย 33 ปี อย่าง เมสซี่ ทำแบบนั้นเพราะ เมสซี่ไม่พอใจกับระบบการเล่นของ กิเก้ เซเซียน ที่อยู่ๆเปลี่ยนตัวดาวยิงอย่าง หลุยซ์ ซัวเรส ออกและในเวลาต่อมาทีม บาร์เซโลนา กับถูกตามตีเสมอในช่วงท้ายเกม ซึ่งทำให้ทาง บาร์ซา ต้องหลุดจากตำแหน่งจ่าฝูงชั่วคราว และเหตุการณ์ครั้งนี้เมสซี่ถึงขั้นมีปากเสียงกับทาง กิเก้ เซเตียน

      และด้วยผลการแข่งนัดต่อๆมาจึงอาจทำให้เกิดคำถามได้ว่าทีมบาร์ซากำลังจะแตกหรือไม่ ทิศทางของสโมสรกับตัวกุนซือจะไปในทิศทางใด ต้องคอยติดตาม สโมสรบาร์เซโลนายังเหลือการแข่งในลาลีก้า สเปน อีก 4 นัดสุดท้าย ต้องลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้วต่างดาวบาร์ซ่าจะสามารถพลิกกลับมาเป็นแชมป์ในฤดูกาล2019/2020 ได้หรือไม่

Categories
ข่าวสารวันนี้

บอร์นมัธ ยอมรับข้อเสนอ 40 ล้านปอนด์ ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในตัว นาธาน อาเก้

นาธาน อาเก้ ลงเรือ
นาธาน อาเก้ ลงเรือ

     ข่าวฟุตบอล หลังจากที่สโมสร บอร์นมัธ ต้องตกชั้นลงไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนส์ชิพ อังกฤษ ทาง บอร์นมัธ ยอมรับข้อเสนอ 40 ล้านปอนด์ ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการคว้าตัว นาธาน อาเก้ กองหลังของทีม ซึ่งก่อนหน้านี้หลายสื่อมองการย้ายทีมของ นาธาน อาเก้ มีโอกาสจะกลับไปเล่นให้กับสโมสร เชลซี และมีข่าวอย่างหนักกับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วย

     ซึ่งการยื่นซื้อของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นี้ บวกเพิ่มไปอีก 1 ล้านปอนด์ อาจจะเป็นเพราะตัว นาธาน อาเก้ เองมีข้อตกลงในการกลับไปร่วมทีม เชลซี ซึ่งแมนซิตี้ยื่นซื้อทั้งหมด 41 ล้านปอนด์

     นาธาน อาเก้ กองกลังชาวฮอนแลนด์ วัย 25 ปี ย้ายมาร่วมกับสโมสร บอร์นมัธ ในปี 2017 และได้ลงเล่นให้กับสโมสร บอร์นมัธ ไปแล้วทั้งหมด 121 เกม

     ทางสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา มีเป้าหมายที่จะคว้ากองหลังมาเสริมทัพเพิ่มเติมในตลาดซื้อขายนักเตะนี้ ซึ่งทาง นาธาน อาเก้ เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ทางเรือใบสีฟ้าจะคว้ามาเป็นปราการหลังให้กับทีมฤดูกาลหน้า

     สโมสร บอร์นมัธ จบฤดูกาล 2019/20 ด้วยอันดับที่ 18 ทำให้ต้องตกชั้น และสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 2

     การที่สโมสร บอร์นมัธ ตกชั้น สโมสรจะต้องขาย นาธาน อาเก้ ออกจากทีมในฤดูกาลนี้ตามสัญญา และการตกชั้นในครั้งนี้จึงเปิดช่องให้สโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสในการเจรจาคว้าตัว นาธาน อาเก้ ไปร่วมทีม

     ในฤดูกาล 2019/20 นาธาน อาเก้ ลงเล่นมห้กับสโมสร บอร์นมัธ ไปทั้งหมด 29 เกม จาก 38 เกม

     ซึ่งในปีที่แล้วทางสโมสร บอร์นมัธ ได้ขาย ไทรอน มิ้งค์ ให้กับสโมสร แอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นนักเตะที่สโมสรขายแล้วได้ค่าตัวเยอะที่สุดของสโมสร ถ้าทางสโมสร สามารถตกลงขาย นาธาน อาเก้ ที่ 41 ล้านปอนด์ ให้ทางแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นาธาน อาเก้ จะเป็นผู้เล่นที่ทำเงินให้กับสโมสร บอร์นมัธ ได้สูงที่สุด

     ในส่วนของ นาธาน อาเก้ สถิติในฤดูกาลที่ผ่านมา เขาเป็นผู้เล่นที่ทำให้ทีมเสียประตู 0 ครั้ง ซึ่งทางกองหลังของแมนเชสเตอร์ซิตี้ มีส่วนทำให้ทีมเสียประตูทุกคนไม่ว่าจะเป็น โอตาแมนดี้ จอห์น สโตน ลาปอร์ต และถ้าเทียบสถิติระหว่างกองหลังที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีในปัจจุบัน กับ นาธาน อาเก้ ฤดูกาลล่าสุด นาธาน อาเก้ มีสถิติที่ดีกว่า การที่ เป็ป กวาร์ดิโอล่า เลือกคว้าตัว นาธาน อาเก้ ถือเป็นการเสริมผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพ ตรงจุด

ขอบคุณ youtube ช่อง บารมี ฟุตบอล
Categories
ข่าวสารวันนี้

90 เปอร์เซ็นต์ นักเตะ นิวคลาสเซิ่ล ย้ายออกจากสโมสรแน่

90 เปอร์เซ็นต์ นักเตะ นิวคลาสเซิ่ล ย้ายออกจากสโมสรแน่
90 เปอร์เซ็นต์ นักเตะ นิวคลาสเซิ่ล ย้ายออกจากสโมสรแน่

      ดีอังเดร เยดลิน ไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าเขาเหมาะสมที่จะลงเล่นเป็นตัวจริงในตำแหน่ง แบ็คขวา ภายใต้การคุมทีมของ สตีฟ บรู๊ด ได้ที่ นิวคลาสเซิ่ล

      กองหลังของสโมสร นิวคลาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ดีอังเดร เยดลิน มีแนวโน้มที่จะย้ายออกจากทีม “สาริกาดง” สูงมากในช่วง ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์นี้

      แข้งชาวสหรัฐอเมริกา ย้ายเข้ามาร่วมกับสโมสร นิวคลาสเซิ่ล ในพรีเมียร์ลีก ภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ แต่เมื่อ สตีฟ บรู๊ด เข้ามาคุมทีมแทน ตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงของทีม คือ จาเวียร์ มาควินโย่ แบ็คชาวสเปน

      ซึ่งในฤดูกาลนี้ ดีอังเดร เยดลิน ลงเล่นให้กับทาง นิวคลาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในฐานะผู้เล่นตัวจริงไปทั้งหมด 11 เกม และถูกใช้ลงมาในฐานะตัวสำรองหลายเกม และสัญญาของ ดีอังเดร เยดลิน จะหมดสัญญาทาง นิวคลาสเซิ่ล ในปีหน้า แต่ยังไม่มีการพูดถึงสัญญาใหม่ระหว่าง นิวคลาสเซิ่ล กับทางตัวนักเตะ

     โดยแข้งวัย 26 ปี รายนี้เตรียมตัวที่จะย้ายออกจากถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค ไปร่วมกับสโมสรที่สนใจตัวเขาในต่างประเทศ ในช่วง ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์นี้

     ช่วงเดือนที่แล้วทาง ดีอังเดร เยดลิน ออกมายอมรับว่า “เขาไม่ได้รับความสนใจเท่าที่เขาควรจะได้รับ “

     ทางด้าน สตีฟ บรู๊ด กุนซือของ นิวคลาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจากที่ทีม สาลิกาดง แพ้ให้กับทาง เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 5-0 ในเกมวันพุธ

    “ในฐานะผู้จัดการทีม คุณจะต้องเลือกผู้เล่นที่คุณคิดว่าจะนำพาชัยชนะมาให้กับทีมลงสนาม

    ดีอังเดร เยดลิน เป็นผู้เล่นตำแหน่ง แบ็คขวา สัญชาติ อเมริกัน อายุ 26 ปี ใส่เสื้อหมายเลข 22

    ดีอังเดร เยดลิน ย้ายมาร่วมทัพ “สาลิกาดง” นิวคลาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2016/17 ซึ่งตอนนั้น ราฟาเอล เบนิเตซ เป็นผู้จัดการทีม โดยที่สโมสร นิวคลาสเซิ่ล คว้าตัว ดีอังเดร เยเลิน มาจากสโมสร “ไก่เดือยทอง “ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรร่วมพรีเมียร์ลีก โดยทาง ดีอังเดร เยดลิน อยู่ร่วมทัพกับทาง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ แค่ 1 ฤดูกาล และระหว่างที่อยู่กับทาง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ได้ถูกปล่อยตัวไปให้สโมสร ซันเดอร์แลนด์ ไปใช้งาน โดยการยืมตัว

 

 

 

Categories
ข่าวสารวันนี้

ครั้งหนึ่งในพรีเมียร์ลีกของกุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

ครั้งหนึ่งในพรีเมียร์ลีกของกุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
ครั้งหนึ่งในพรีเมียร์ลีกของกุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

      สำหรับใครที่เริ่มดูบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้ไม่นาน อาจจะไม่คุ้นหูกับชื่อสโมสร แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่ได้รับฉายาทีมว่า “ กุหลาบไฟ “ เพราะต้องตกไปอยู่ในลีก เดอะ แชมป์เปี้ยนชิป อังกฤษ ในฤดูกาล 2011-2012 แต่ใครจะรู้ว่าครั้งหนึ่งสโมสรแห่งนี้สามารถสร้างตำนานจารึกชื่อของสโมสรลงไปบนถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก โดยการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้

      สโมสร แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (Blackburn Rovers Football Club) ได้รับฉายาว่า Rover หรือ Blue and Whites หรือที่คนไทยจะคุ้นหูกันในชื่อ “กุหลาบไฟ” ก่อตั้งในปี ค.ศ.1875 ปัจจุบันเล่นอยู่ในลีกเดอะ แชมป์เปี้ยนชิป อังกฤษ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันคือ โทนี โมว์เบรย์ สโมสร แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส แต่ก่อนนั้นมีผู้เล่นที่เป็นตำนานของวงการฟุตบอลอังกฤษหลายคนเคยลงเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น อลัน เชียเรอร์ แอนดี้ โคล ดไวท์ ยอร์ค

      ถ้าพูดย้อนกลับไปในปีที่สโมสร แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกต้องย้อนกลับไปที่ปี 1994-1995 ซึ่งขณะนั้นผู้จัดการทีมของ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส คือ เคนนี่ ดัลกลิช (ปัจจุบันมียศเป็นท่านเซอร์) ตำนานนักเตะลิเวอร์พูล ได้เข้ามาเป็นกุนซือให้กับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เพราะชายที่ชื่อว่า “แจ๊ค วอร์คเกอร์” ซึ่งเป็นเจ้าของทีมแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในตอนนั้นและได้ทำการใช้เงินเสริมทัพซื้อนักเตะเข้ามาในทีมมากมาย เปรียบเสมือนสโมสรเรอัล มาดริดในยุค”กาลาติกอส” และนักเตะผู้เล่นสำคัญๆที่มีส่วนทำให้ทีมได้แชมป์ คือคู่กองหน้า SS อลัน เชียเรอร์ และ คริส ซันตัน ซึ่งอลัน เชียเรอร์ ได้ถูกซื้อมาจากสโมสรเซาธ์แฮมตันเมื่อฤดูกาล 1992-1993 และคริส ซัตตัน ได้ถูกซื้อมาจากสโมสร นอร์ริช ซิตี้ในฤดูกาล 1994-1995 ด้วยราคา 5 ล้านปอนด์ และเป็นนักเตะคนแรกในพรีเมียร์ลีกที่ค่าตัวสูงเกิน 5 ล้านปอนด์

      เมื่อเกิดคู่หูอลัน เชียเรอร์และคริส ซัตตัน ช่วยกันยิงประตูอย่างถล่มทลายทั้งหมด 49 ประตู ทำให้ฤดูกาลนั้นแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส สามารถเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ เป็นครั้งแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสร และถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจของแฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เพราะว่าฤดูกาลนั้นไม่มีแค่แบล็คเบิร์น โรเวอร์สทีมเดียวที่ลุ้นแชมป์ แต่มีทีมเต็งอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ครบเครื่องพร้อมจะเป็นแชมป์ที่ห้ำหั่นลุ้นแชมป์กันมาจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล แต่ด้วยก่อนเตะนัดสุดท้ายแบล็คเบิร์นมีคะแนน 89 แต้ม  และต้องเตะนัดสุดท้ายกับลิเวอร์พูล ผลออกมาแบล็คเบิร์น โรเวอร์สแพ้ด้วยสกอร์ 2-1 ส่วนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีคะแนน 87 คะแนน และต้องเตะนัดสุดท้ายกับทีมอันดับ14 อย่างเวสแฮม ยูไนเต็ด แต่เมื่อจบเกม 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอไปด้วยสกอร์ 1-1 ซึ่งทำให้มี 88 แต้ม ส่งผลให้แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1994-1995 ทันที

Categories
ข่าวสารวันนี้

เจอเก็น คล็อปป์ ทำนายทีมที่ชนะใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

เจอเก็น คล็อปป์ ทำนายทีมที่ชนะใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
เจอเก็น คล็อปป์ ทำนายทีมที่ชนะใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

 เจอเก็น คล็อปป์ กุนซือคนสำคัญที่พาสโมสร ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ว่า ทีมที่มีโอกาสจะเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีนี้มี 2 ทีม ได้แก่ “เสือใต้” สโมสร บาเยิร์น มิวนิค และ “เรือใบสีฟ้า” สโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งในส่วนสโมสร ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ เจอเก็น คล็อปป์ แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วนั้น ได้ถูก แอตฯมาดริด เขี่ยตกรอบ น็อค เอาท์ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ผ่านมา

 ทางสโมสร บาเยิร์น มิวนิค เก็บชัยชนะได้ทั้งหมด 11 เกม ตั้งแต่ที่ลีก บุสเดสลีก้า เยอรมัน กลับมาแข่งขันกันอีกครั้งหลังจากหยุดชักเพราะ Covid-19 และสามารถเป็นแชมป์ลีกได้ และล่าสุดยังสามารถเป็นแชมป์ฟุตบอลถ้วย DFB-Pokal หลังจากที่เอาชนะสโมสร บาเออร์ เลเวอร์คูเซน ในนัดชิง

 ทางด้านสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ ถึงแม้จะเป็นรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด แต่ในคืนวันอังคารที่ผ่านมา ได้เปิดสนาม Etihad ถล่มแชมป์ พรีเมียร์ลีก หน้าใหม่อย่างสโมสร ลิเวอร์พูล ไป 4-0

 ทั้งสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ บาเยิร์น มิวนิค ยังไม่ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่การแข่งในนัดแรก ทาง บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะ เชลซี ไปด้วยสกอร์ 3-0 และทางสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ “ราชันษ์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปก้วยสกอร์ 2-1 ในถิ่นของเรอัล มาดริด

 ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปีนี้ นัดชิงชนะเลิศจะไปเตะกันที่ประเทศ โปรตุเกส ในเดือน สิงหาคม และจะเตะรอบคัดเลือก 4 ทีมสุดท้าย ที่เมือง ลิสบอน ในโปรตุเกส

 และ เจอเก็น คล็อปป์ คิดว่าทั้งสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ สโมสร บาเยิร์น มิวนิค ทีมใดทีมหนึ่งจะสามารถคว้าถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีนี้มาครองได้

 “สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่า 2 ทีมที่จะเป็นผู้ชนะในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปีนี้ คือ บาเยิร์น มิวนิค และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้” เจอเก็น คล็อปป์ กล่าวผ่านสื่อ

 “พวกเขามีเกมการเล่นที่น่าสนใจ ทาง บาเยิร์น มิวนิค เล่นได้น่าชื่นชมในฤดูกาลนี้ในเกมลีกเยอรมัน ภายใต้การคุมทีมของ ฮานซี ฟลิก นั่นทำให้ผมเลือก บาเยิร์น มิวนิค เป็น 1 ใน 2 ทีมที่จะชนะในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นี้”

 “ ผมไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงถ้า ทั้ง 2 สโมสรนี้มาเจอกันในรอบรองชนะเลิศ หรือในรอบชิงชนะเลิศ แต่มันจะเป็นเกมที่ย่าสนใจมากๆ มันจะเป็นอะไรที่ใหม่มาก แต่ถ้าคุณลองมองมาที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้เล่นของพวกเขา …. ใช่ แข็งแกร่งมากๆ และเขามีโอกาสเก็บชัยชนะได้มากกว่า “